จักรยานโชคดี (Lucky Cycling Club Thailand)
ผู้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกลรูปแบบพึ่งพาตนเอง C.D.R.R.
Ultra Ultimate Unsupported

กฎและกติกา


จักรยานโชคดี (Lucky Cycling Club Thailand)

รูปแบบการจัดกิจกรรม

มุ่งเน้นนักปั่นต้องพึ่งพาตนเอง ให้มีการวางแผนควบคุมงานปั่นให้เหมาะสม คือ ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือใดๆ แม้ใน Check Point และจุดควบคุม ทุกสนามที่จัดกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล เป็นรูปแบบพึ่งพาตนเอง C.D.R.R.
CDRR ย่อมาจาก Choke Dee Real Randonneurs
C D คือตัวย่อ Choke Dee (โชคดี)
R R คือตัวย่อ Real Randonneurs (พึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง)

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

  • การปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมที่มีความท้าทายและมีความเสี่ยง ผู้จัด ไม่กำหนดให้ยื่นใบรับรองแพทย์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องประเมินสภาพร่างกายของตนเอง ตระหนักถึงความเสี่ยง และตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ
  • ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ถือว่ายอมรับความเสี่ยงทั้งหมด ที่อาจเกิดขึ้น และ สละสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากผู้จัดงาน
  • เพื่อความปลอดภัยและประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมที่ดี ขอแนะนำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เตรียมความพร้อมของร่างกาย และฝึกซ้อมอย่างเหมาะสมก่อนวันเริ่มกิจกรรม

ประกาศนียบัตร การปั่นจักรยานทางไกล แบบพี่งพาตนเอง CDRR Certificate
กฎ และ กติกา สำหรับกิจกรรมจักรยานทางไกล

อัพเดท 01 กรกฎาคม 2569

  1. จักรยานโชคดี เป็นผู้รับรองกิจกรรมนี้แต่เพียงผู้เดียว โดยทำหน้าที่ลงทะเบียนและรับรองประกาศนียบัตร ยืนยันหมายเลขอ้างอิงตามวันและเวลาที่ส่งมอบผล
  2. กิจกรรมทดสอบประกาศนียบัตรนี้เปิดกว้างสำหรับนักปั่นจักรยานสมัครเล่นทุกท่าน โดยไม่จำเป็นต้องสังกัดหน่วยงาน องค์กร หรือชมรมใดๆ ภายใต้เงื่อนไขเดียวว่าต้องมีการประกันภัยครอบคลุมในการเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง นักปั่นที่มีอายุต่ำกว่า 18ปี ที่จะเข้าร่วมต้องได้รับความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครอง เครื่องมือ(จักรยาน)ที่ใช้ในการร่วมกิจกรรมจะมีลักษณะใดก็ได้ไม่จำกัดรูปแบบ เพียงแต่ต้องขับเคลื่อนด้วยพลังงานของมนุษย์เท่านั้น
  3. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องลงทะเบียนและชำระค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้กับผู้จัดกิจกรรม
  4. นักปั่นทุกคนต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุม จะประกันภัยเป็นกลุ่ม หรือจะประกันส่วนตัวก็ได้ แต่เป็นข้อบังคับที่จำเป็นต้องมีทุกคน
  5. ในการทำกิจกรรม การปั่นจักรยานของทุกท่านจะถือว่าเป็นกิจกรรมส่วนบุคคล ทุกคนต้องเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความรับผิดชอบต่อต่ออุบัติเหตุกรณีใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรม
  6. การปั่นตอนกลางคืน จักรยานทุกคันต้องติดตั้งไฟหน้าและไฟท้ายที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา (แนะนำว่าควรจะพกอุปกรณ์ซ่อมแซมและอะไหล่ไปด้วย) ไฟท้ายจะต้องมีอย่างน้อยที่สุดหนึ่งดวงที่ต้องส่องสว่างตลอดเวลา(ไม่ใช่โหมดกระพริบ) นักปั่นที่ไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่อนุญาตให้ร่วมกิจกรรม ไฟส่องสว่างจะต้องเปิดตั้งแต่พลบค่ำจนถึงเช้า หรือเมื่อทัศนวิสัยแย่ เช่นมีฝนหรือหมอก นักปั่นต้องเปิดไฟทุกคนไม่ว่าจะปั่นเดียวหรือเป็นกลุ่มก็ตาม นักปั่นต้องสวม เสื้อกั๊ก, สายสะพาย, เข็มขัดสะท้อนแสง หรือวัตถุสะท้อนแสงอื่นๆ ทั้งหน้ารถและหลังรถ ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎการขับขี่ยามค่ำคืน จะถูกเชิญออกจากร่วมกิจกรรมทันที
  7. นักปั่นต้องพึ่งตนเอง ไม่อนุญาตให้มีรถติดตามเพื่อให้การสนับสนุนทุกชนิดระหว่างเส้นทาง การสนับสนุนจะอนุญาตเฉพาะที่จุดเช็คพ้อยต์เท่านั้น ในกรณีนักปั่นจะวางแผนจัดทีมเซอร์วิสของตัวเอง ต้องลงทะเบียนทีมเซอวิสรับ GPS ติดรถยนต์ให้ผู้คุมสอบตรวจสอบตำแหน่งได้ตลอดกิจกรรม ที่จุดเริ่มต้น หากผู้จัดมีการแบ่งกลุ่มให้นักปั่น นักปั่นสามารถแยกตัวออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีการกำหนดให้นักปั่นคนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม ไม่อนุญาตให้ติดเครื่องหมาย, เสื้อกั๊กปลอกแขน, หรืออุปกรณ์แบ่งแยกทุกชนิด(ที่บ่งบอกว่าเป็นหัวหน้า) ไม่อนุญาตให้มีการเรียกหรือแต่งตั้งตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม สิ่งที่นักปั่นทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติและยึดถือโดยเคร่งครัดคือ สัญลักษณ์ กฎหมาย และข้อบังคับการจราจรต่างๆ รวมไปถึงธรรมเนียมปฏิบัติในการสัญจร
  8. การวางแผนจัดการด้านอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก และสิ่งของอื่นๆต้องเตรียมโดยนักปั่น และนักปั่นมีหน้าที่รับผิดชอบ ด้านความปลอดภัยและโลจิสติกส์ของตนเอง
  9. ที่จุดเริ่มต้นนักปั่นแต่ละคนจะได้รับใบประกาศนียบัตร และแผนที่ระบุเส้นทางและตำแหน่งของจุดเช็คพ้อยต์ นักปั่นต้องใช้เส้นทางที่กำหนดเท่านั้น หากออกนอกเส้นทาง ต้องกลับมาที่จุดๆเดิมเพื่อปั่นต่อ ห้ามมิให้มีการใช้เส้นทางลัด ยกเว้นแต่จะระบุโดยผู้จัด นักปั่นจะต้องหยุดที่แต่ละจุดเช็คพ้อยต์ เพื่อประทับตราประกาศนียบัตร หรือถ่ายรูปเป็นหลักฐานเพื่อแสดงให้เห็นที่จุดควบคุมต่อไป ผู้จัดสามารถอยู่ที่จุดเช็คพ้อยต์เพื่อตรวจสอบว่าทุกคนใช้เส้นทางที่กำหนดไว้ได้
  10. ผู้จัดกิจกรรมสามารถกำหนดเช็คพ้อยต์ขึ้นได้เองโดยที่จุดจุดนั้นไม่จำเป็นต้องมีทีมงานของผู้จัดประจำอยู่เสมอไป นักปั่นทุกคนต้องนำใบประกาศนียบัตรไปขอตราประทับ จากสถานที่ที่ผู้จัดกำหนดไว้ให้ อาจจะเป็นร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน หรือร้านสะดวกซื้อ ข้อมูลจำเป็นที่ต้องถูกบันทึกไว้บนใบประกาศนียบัตรก็คือตราประทับของสถานที่ และ เวลาที่ไปถึง ในกรณีที่จุดเช็คพอยต์ที่ไม่มีคนประทับตราอยู่ ให้ถ่ายรูปเพื่อแสดงให้เห็นที่จุดควบคุมต่อไป
  11. กิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล มีสองแบบคือ โหมด Challenge และโหมด Touring นักปั่นต้องวางแผนควบคุมงานปั่นให้เหมาะสมด้วยตนเอง ทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก รวมถึงในกรณี่ที่ต้องเลิกปั่นเพื่อต้องการเดินทางกลับ เวลาที่กำหนดไว้ในจุดควบคุม ใช้เพื่อบอกเป็นแนวทางในการบริหาร ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป จนอาจจะเกิดอันตรายได้ การสอบจะใช้เวลาที่จุด Finish เป็นตัวตัดสินผลสอบ
  12. ที่จุดสิ้นสุด เมื่อสอบผ่านในกรอบเวลาที่กำหนด Challenge หรือ Touring จะได้รับหมายเลขรับรองผลการปั่น Certificate CDRR ให้สำหรับประเทศไทย นักปั่นจะต้องชื่อเซ็นชื่อในใบประกาศนียบัตรและส่งคืนให้ผู้จัด เพื่อลงทะเบียนรับรองอย่างเป็นทางการ โดยผู้จัดจะส่งคืนใบประกาศนียบัตรให้นักปั่นตามที่อยู่ที่ระบุ กิจกรรมนี้ไม่ใช่การแข่งขัน ไม่มีการจัดตำแหน่งหรือแบ่งกลุ่มนักปั่นตามลำดับความเร็ว
  13. ในทุกสนาม จักรยานโชคดี และผู้จัดเครือข่าย มีงานเหรียญ และงานเสื้อสำเร็จ ที่แสดงออกสื่อไว้ให้นักปั่นมาชาแล้นท์ตนเองได้สำเร็จมอบให้เป็นความภาคภูมิใจทุกสนาม ตามเกณฑ์ที่วางกำหนดไว้แตกต่างกัน เสื้อ และเหรียญสำเร็จ เอกลักษณ์จักรยานระยะยาวไกลไทยแลนด์ มอบให้โดยเสน่หา
  14. นักปั่นยินยอมที่จะให้ผู้จัดประกาศผล ซึ่งมีชื่อของตนเอง เวลาที่ใช้ในการทดสอบประกาศนียบัตร รวมไปถึงภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรม ลงในสื่อของผู้จัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของนักปั่นจะไม่ถูกนำไปใช้ต่อในเชิงการค้า หรือถูกส่งต่อไปให้บุคคลที่3 เพื่อใช้ในเชิงการค้า
  15. นักปั่นแต่ละคนที่ร่วมกิจกรรมสามารถส่งข้อร้องเรียนและคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมหรือตัวองค์กรได้ที่ผู้จัดกิจกรรมในรูปแบบการเขียนภายใน 48 ชม. หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม